โมฆียะกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบทบัญญัติถึงการกระทำที่เป็นนิติกรรมที่เป็นโมฆียะกรรมไว้หลายประการแบ่งเป็นสาเหตุหลักๆไว้ดังนี้
- เกิดจากความสามารถของบุคคล เช่น เป็นเด็กผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ ถ้าบุคคลเหล่านี้กระทำนิติกรรมใดโดยลำพัง นิติกรรมนั้นจะตกเป็นโมฆียะกรรม
- เกิดจากการแสดงเจตนา เช่น การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล หรือทรัพย์สิน การแสดงเจตนา โดยถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดการแสดงเจตนาโดยการถูกข่มขู่ เป็นต้น
สำหรับโมฆียะกรรมตามสัญญาประกันชีวิตได้บัญญัติไว้ในมาตรา 865 ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กล่าวคือ เป็นการปกปิดไม่เปิดเผยข้อความจริง ซึ่งอาจจะจูงใจให้ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกันภัย) เรียกเก็บเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีก หรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญา การปกปิดไม่เปิดเผยข้อความจริงตามสัญญาประกันภัย
ปกติจะถือว่าในแบบคำขอเอาประกันภัยเป็นคำเสนอขอเอา ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องแถลงข้อความจริงตามแบบฟอร์มที่บริษัทประกันภัยสอบถาม ทั้งนี้เพื่อประกอบการพิจารณารับประกันภัย หรือเป็นข้อมูลที่จะเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้น เช่น การแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพ ถ้าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ก็ต้องแถลงไว้ในคำขอเอาประกันชีวิต เพราะโรคความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าบุคคลปกติธรมดา บริษัทประกันภัยก็จะคิดเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือถ้าเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากๆ บริษัทประกันภัยก็มีสิทธิไม่รับทำสัญญาประกันชีวิต
การปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพที่เคยมีคดีเกิดขึ้น และศาลวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง ทำให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆียะกรรม มีดังนี้
- โรคตับอักเสบเรื้อรัง
- โรคมะเร็งในเม็ดโลหิตขาว
- โรคมะเร็งปากมดลูก และถูกผ่าตัดเอามดลูกออก
- โรคเบาหวาน
- โรคกระเพาะอาหาร และโรคตับแข็ง
- โรคความดันโลหิตสูง และสุขภาพทรุดโทรม
- โรคตับแข็ง และโรคในลำคอ
- โรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง
- โรคลมชัก
- โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
- โรคตับไต และดีซ่าน
- โรคพิษสุราเรื้อรังอักเสบ
- โรคไตวายเรื้อรัง
- โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
- โรคมะเร็งที่ลิ้น
- วัณโรคปอด
ส่วนโรคที่ศาลเคยวินิจฉัยว่าไม่ทำให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆียะ ได้แก่ โรคหวัด หรือแพ้อากาศ โรคไส้เลื่อน โรคตาต้อ โรคกล้ามเนื้ออักเสบ นอกจากนี้ ก็จะเป็นเรื่องการปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาชีพ และรายได้ |