1. ความรู้สำหรับตัวแทน
2. ทัศนคติ
3. ทักษะความชำนาญ
4. นิสัยการทำงานที่ดี
5. สำหรับผู้บริหาร
6. แบบฟอร์ม
7. ผลประโยชน์ & ความก้าวหน้า
8. ความรู้ที่เกี่ยวข้อง




ตัวอย่างแนวข้อสอบ ชุดที่1

เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการประกันชีวิต

1. ผู้ที่ทำประกันชีวิตไว้กับบริษัทหนึ่งแล้ว จะทำประกันชีวิตกับบริษัทอื่นอีกได้หรือไม่

ก. สามารถทำได้อีก แต่ต้องแถลงข้อความจริงในใบสมัครทำประกันชีวิตของบริษัทใหม่
ข. ทำอีกไม่ได้ เพราะคนละบริษัท
ค. ทำเพิ่มได้ไม่เกิน 100,000 บาท
ง. ทำได้ แต่ต้องแจ้งบริษัทแรกทราบก่อน

2. ถ้าผู้เอาประกันชีวิตเปลี่ยนอาชีพใหม่ และอาชีพใหม่นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้เอาประกันชีวิต ผู้เอาประกันชีวิตควรแจ้งให้บริษัททราบหรือไม่

ก. ต้องแจ้งให้ทราบ
ข. ไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
ค. แจ้งก็ได้ ไม่แจ้งก็ได้
ง. แล้วแต่ความเห็นชอบของผู้รับประโยชน์

3. การประกันชีวิตแบ่งออกเป็น

ก. 2 ชนิด ชนิดมีเงินปันผล และไม่มีเงินปันผล
ข. 3 ประเภท ประเภทสามัญ ประเภทกลุ่ม ประเภทชั่วระยะเวลา
ค. 4 แบบ สะสมทรัพย์ ตลอดชีพ ชั่วระยะเวลา กลุ่ม
ง. 4 ประเภท เงินได้ประจำ กลุ่ม ชั่วระยะเวลา สะสมทรัพย์

4. การประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับผู้เอาประกันชีวิตที่มีรายได้น้อยและต้องการ

ก. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตสูง เสียเบี้ยประกันชีวิตต่ำและชำระเบี้ยประกันชีวิตเป็นรายปี
ข. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตต่ำ ความคุ้มครองสูงและชำระเบี้ยประกันชีวิตเป็นรายเดือน
ค. ความคุ้มครองด้านเศรษฐกิจสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระยะเวลาหนึ่ง
ง. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตสูงความคุ้มครองสูงโดยเสียเบี้ยประกันต่ำ

5. การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินเอาประกันชีวิตคืนให้เมื่อใด

ก. สัญญาครบกำหนดเท่านั้น
ข. ผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่มรณะในขณะที่สัญญายังมีผลบังคับเท่านั้น
ค. ผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่มรณะในขณะที่สัญญายังมีผลบังคับ หรือมีชีวิตอยู่เมื่อครบกำหนดสัญญา
ง. ผู้เอาประกันชีวิตได้ทำประกันไว้กับบริษัทอย่างน้อย 5 ปี ขึ้นไป

6. การประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินเอาประกันภัยในกรณีที่

ก. ผู้เอาประกันชีวิตเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 1ปี , 5ปี
ข. ผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่มรณกรรมหรือมีชีวิตอยู่จนครบสัญญา
ค. ผู้เอาประกันชีวิตเกิดทุพพลภาพ
ง. ถูกทุกข้อ

7. ในการทำประกันชีวิตประเภทกลุ่ม โดยที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันชำระเบี้ยประกันชีวิต จะต้องมีลูกจ้างเข้าร่วมทำประกันชีวิตไม่น้อยกว่า

ก.100 %
ข. 100 % ของผู้มีสิทธิทำประกันชีวิต
ค. 75 % ของผู้มีสิทธิทำประกันชีวิต
ง. ถูกทุกข้อ

8. ในกรณีที่ผู้เอาประกันชีวิตใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์ผู้เอาประกันชีวิตจะได้รับเงินเท่ากับ

ก. เบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไป
ข. มูลค่าเวนคืนเงินสด
ค.จำนวนเงินเอาประกันชีวิตหรือจำนวนมูลค่าใช้เงินสำเร็จแล้วแต่จำนวนไหนจะมากกว่า
ง. มูลค่าใช้เงินสำเร็จ

9. การแปลงกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นมูลค่าขยายระยะเวลา หมายถึงการที่ผู้เอาประกันชีวิต

ก. ยุติการชำระเบี้ยประกันชีวิต และขอรับเป็นเงินสดทันที
ข. ยุติการชำระเบี้ยประกันชีวิตขอลดจำนวนเงินเอาประกันชีวิตลง และขอรับเงินเมื่อสัญญาครบกำหนด หรือเมื่อมีความตายเกิดขึ้น
ค. ยุติการชำระเบี้ยประกันชีวิตและรับความคุ้มครองเท่าจำนวนเงินเอาประกันชีวิตเดิมไปอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ง. ยุติการชำระเบี้ยประกันชีวิตมีผลทำให้สัญญาครบกำหนดเร็วขึ้น

10. ถ้าผู้เอาประกันชีวิตทำประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรมไม่ประสงค์จะชำระเบี้ยประกันชีวิตต่อไป และกรมธรรม์มีอายุ 3 ปีแล้ว นอกจากการเวนคืนขอรับเป็นเงินสดแล้วผู้เอาประกันชีวิตอาจเลือกอย่างอื่น คือ

ก. มูลค่าใช้เงินสำเร็จ
ข. มูลค่าขยายระยะเวลา
ค. กู้ส่งเบี้ยประกันชีวิตโดยอัตโนมัติต่อไปได้อีกระยะเวลาหนึ่ง หลังจากพ้นระยะเวลาผ่อนผันแล้ว
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข.

11. นายแดงอายุ 45 ปี นายดำอายุ 51 ปี ประกันชีวิตแบบเดียวกันและบริษัทเดียวกัน นายแดงจะต้องชำระเบี้ยประกันชีวิตสูงกว่าหรือต่ำกว่านายดำ

ก. ต่ำกว่าเพราะอายุน้อย
ข. สูงกว่า เพราะอัตรามรณะจะสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
ค. เท่ากัน เพราะอายุต่างกันไม่เกิน 6 ปี
ง. เท่ากันเพราะทำประกันชีวิตแบบเดียวกัน

12. ในกรณีที่ผู้เอาประกันชีวิตได้ชำระเบี้ยประกันชีวิตให้กับตัวแทน ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบริษัทให้รับเบี้ยประกันชีวิตโดยตัวแทนได้ออกใบเสร็จรับเงินชั่วคราวของบริษัทไว้ไห้กับผู้เอาประกันภัยแล้ว แต่ตัวแทนนั้นมิได้นำเงินส่งบริษัท กรณีเช่นนี้ถือว่าผู้เอาประกันชีวิตได้ชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทแล้วหรือไม่

ก. ชำระแล้ว
ข. ยังไม่ได้ชำระเพราะตัวแทนยังไม่นำเงินส่งบริษัท
ค. ยังไม่ได้ชำระเพราะบริษัทยังไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินถาวรให้
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.

13. ในกรณีที่กรมธรรม์ประกันภัยขาดอายุและผู้เอาประกันภัยขาดอายุและผู้เอาประกันภัยยังมิได้ขอรับเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์จากบริษัทผู้เอาประกันอาจขอต่ออายุกรมธรรม์ได้ภายใน

ก. 2 ปี นับแต่วันที่กรมธรรม์ขาดอายุ
ข. 3 ปี นับแต่วันที่กรมธรรม์ขาดอายุ
ค. 4 ปี นับแต่วันที่กรมธรรม์ขาดอายุ
ง. 5 ปี นับแต่วันที่กรมธรรม์ขาดอายุ

14. ชายคนหนึ่งเอาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ธรรมดาและได้ซื้อความคุ้มครองอุบัติเหตุตามเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์เท่ากับจำนวนเงินเอาประกันชีวิตถ้าผู้เอาประกันชีวิตมีชีวิตอยู่จนสัญญาครบกำหนด บริษัทประกันชีวิต จะต้องจ่ายเงินแก่ผู้เอาประกันชีวิตเท่าไร

ก. เท่าจำนวนเงินเอาประกันชีวิต
ข. สองเท่าจำนวนเงินเอาประกันชีวิต
ค. สามเท่าจำนวนเงินเอาประกันชีวิต
ง. ไม่ต้องจ่ายเงินใดๆเลย

15. ผู้เอาประกันชีวิตได้ทำประกันชีวิตประเภทสามัญจนกรมธรรม์ประกันชีวิตเกิดมูลค่ากรมธรรม์ประกันชีวิต (มูลค่าเวนคืนเงินสด มูลค่าใช้เงินสำเร็จ มูลค่าขยายเวลา) แล้วและเมื่อผู้เอาประกันชีวิตขาดชำระเบี้ยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตจะรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันชีวิตเพื่อไม่ให้สิ้นผลบังคับโดย

ก. แปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าใช้เงินสำเร็จ
ข. แปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าขยายเวลา
ค. การกู้ชำระเบี้ยประกันชีวิตโดยอัตโนมัติ
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข.

16. ถ้าท่านเป็นตัวแทนประกันชีวิต และได้ชักชวนให้นายมงคลทำประกันชีวิตกับบริษัท ท่านควรจะปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนที่ดี

ก. ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องติดตามผลและติดต่อกับผู้เอาประกันชีวิตต่อไปโดยตรง ข.ชักชวนให้นายมงคลทำประกันชีวิตหลายกรมธรรม์เพื่อให้ได้วงเงินเอาประกันชีวิตสูงๆ
ค. ติดต่อและให้คำแนะนำปรึกษาและให้บริการแก่นายมงคลอย่างสม่ำเสมอ
ง. ถูกทุกข้อ

17. นางสาวกัลยา ทำประกันชีวิตประเภทสามัญแบบสะสมทรัพย์ 10/10 จำนวนอาประกันชีวิต 70,000 บาท และประกันอุบัติเหตุ 70,000 บาท และได้ชำระเบี้ยประกันชีวิตมาแล้ว 5 ปี โดยตารางแนบท้ายกรมธรรม์ช่องมูลค่าเงินสดเท่ากับ 108 บาทต่อเงินเอาประกันชีวิต1,000 บาทของมูลค่าใช้เงินสำเร็จ เท่ากับ 132 บาท ต่อเงินเอาประกันชีวิต 1,000 บาทและช่องมูลค่าขยายเวลาเท่ากับ 5 ปี พร้อมทั้งมีเงินสะสมทรัพย์เมื่อครบกำหนด 54 บาท ต่อเงินเอาประกันชีวิต 1,000 บาท เมื่อสิ้นปีกรมธรรม์ปีที่ 5 ถ้านางสาวกัลยา ขอแปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าใช้เงินสำเร็จ และสมมุติว่าอีก 3 ปี นางสาวกัลยา ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็ง ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินเท่ากับ

ก. 9,240 บาท
ข . 70,000 บาท
ค . 7,560 บาท
ง. ไม่ได้รับเงินเลย

18. จากโจทย์ ถ้านางสาวกัลยาขอแปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าใช้เงินสำเร็จ และสมมุติว่าอีก 3 ปี ต่อมานางสาวกัลยาถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินเท่ากับ

ก. 7,560 บาท
ข. 18,480 บาท
ค. 9,240 บาท
ง. ไม่ได้รับเงินเลย

19. จากโจทย์ ถ้านางสาวกัลยาขอแปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าขยายเวลา และหลังจากนั้น 3 ปี นางสาวกัลยาถูกรถยนต์ชนตาย ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินเท่ากับ

ก. 70,000 บาท
ข. 140,000 บาท
ค. 3,780 บาท
ง. ไม่ได้รับเงินเลย

20. จากโจทย์ ถ้านางสาวกัลยาขอแปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าขยายเวลา และมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา นางสาวกัลยา จะได้รับเงินจำนวนเท่ากับ

ก. 70,000 บาท
ข. 140,000 บาท
ค. 3,780 บาท
ง. ไม่ได้รับเงินเลย

เรื่อง พระราชบัญญัติประกันชีวิต

1. บริษัทจะจ่ายเงินหรือทรัพย์อื่นใดล่วงหน้าเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับงานที่จะทำให้แก่บริษัทได้หรือไม่

ก. ได้ เพราะ พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 มิได้ห้ามไว้
ข. ได้ แต่ต้องขอความเห็นชอบจากนายทะเบียนก่อน
ค. ไม่ได้ เพราะ พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ห้ามไว้
ง. จะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ดุลยพินิจของบริษัท

2. ผู้เอาประกันภัยทราบว่า บริษัทประกันชีวิตได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยโดยใช้แบบและข้อความที่นายทะเบียนประกันชีวิตมิได้ให้ความเห็นชอบ ผู้เอาประกันภัยจะให้บริษัทประกันชีวิตรับผิดชอบโดยวิธีใดได้บ้าง

ก. รับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัย
ข. บอกเลิกสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท
ค. ให้บริษัทคืนเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไว้แล้วทั้งสิ้น
ง. เลือกได้ทั้งข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค.

3. บริษัทได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตได้นั้น

ก. ต้องมีหลักทรัพย์ประกันวางไว้กับนายทะเบียนตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด
ข. ต้องดำรงไว้ซึ่งเงินกองทุนตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด
ค. ต้องมีหลักทรัพย์ประกันวางไว้กับนายทะเบียนและดำรงไว้ซึ่งกองทุนตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด
ง. ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ประกันและเงินกองทุนเลย

4. ตัวแทนประกันชีวิตจะเปิดสำนักงานของตนเองเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าของตนได้หรือไม่

ก. ได้
ข. ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนก่อน
ค. ไม่ได้
ง. ไม่ได้ เพราะขัดต่อระเบียบทางราชการ

5. ตัวแทนประกันชีวิต จะต้องจัดทำสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีเกี่ยวกับธุรกิจของตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่

ก. ไม่ได้จัดทำ
ข. ต้องจัดทำตามแบบและรายการที่นายทะเบียนกำหนด
ค. ต้องจัดทำตามแบบและรายการที่บริษัทกำหนด
ง. ต้องจัดทำตามแบบและรายการที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

6. ท่านเห็นว่า ข้อใดเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติในการเป็นตัวแทนประกันชีวิต

ก. ถูกศาลพิพากษาฆ่าคนตายโดยเจตนา
ข. ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
ค. ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง
ง. ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.

7. นาย ข. ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตมาแล้ว 1 ปี ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต เช่นนี้ นาย ข. จะขาดคุณสมบัติเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่

ก. ขาดคุณสมบัติเพราะถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตยังไม่ครบ 3 ปี
ข. ไม่ขาดคุณสมบัติเพราะถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตครบ 1 ปีแล้ว
ค. ไม่ขาดคุณสมบัติเพราะนายหน้าประกันชีวิตไม่เกี่ยวข้องกับตัวแทนประกันชีวิต
ง. ขาดคุณสมบัติเพราะนาย ข. เคยเป็นนายหน้าประกันชีวิตมาแล้วจะเป็นตัวแทนประกันชีวิตอีกไม่ได้

8. นาย ก. มีคุณสมบัติที่จะขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตตามกฎหมาย หากแต่ปรากฏในใบแดงแจ้งโทษระบุว่าเคยต้องโทษจำคุก 1 ปี ฐานขับรถชนคนตายโดยประมาท และพ้นโทษมาแล้ว 2 ปี ก่อนวันขอรับใบอนุญาต นายทะเบียนประกันชีวิตจะออกใบอนุญาตให้ได้หรือไม่

ก. ได้เพราะไม่ใช่โทษที่มีเจตนาทุจริตเป็นองค์ประกอบความผิด
ข. ไม่ได้
ค. อยู่ในดุลยพินิจของนายทะเบียน
ง. ต้องให้บริษัทยินยอมก่อน

9. ผู้มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต คือ

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ค. อธิบดี
ง. นายทะเบียนประกันชีวิต

10. บริษัทประกันชีวิตต่างประเทศจะเข้ามาเปิดสาขาเพื่อประกอบธุรกิจประกันชีวิตในราชอาณาจักรได้หรือไม่

ก. ได้ โดยต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ข. ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต
ค. ไม่ได้
ง. ได้ โดยต้องได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

1. เหตุใดผู้เอาประกันชีวิตจึงต้องแถลงข้อความจริงในใบคำขอเอาประกันชีวิต ในขณะขอเอาประกันชีวิตจนถึงเวลาก่อนที่จะเป็นสัญญาโดยสมบูรณ์

ก. เพื่อให้บริษัทคิดเบี้ยประกันภัยได้ถูกต้อง
ข. เพื่อให้บริษัทจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับสุขภาพ
ค. เพราะ สัญญาประกันชีวิต เป็นสัญญาที่ต้องอาศัยเรื่องสุขภาพ อายุ และฐานะของผู้เอาประกันชีวิต
ง. เพราะ เป็นสัญญาที่ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อกันอย่างยิ่ง

2. นายแดง กับนางสาวอ้อย เป็นคู่รักกัน นายแดงให้นางสาวอ้อยทำสัญญาประกันชีวิต โดยนายแดงเป็นผู้ส่งชำระเบี้ยประกันภัย ต่อมาทั้งสองได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้

ก. สัญญาประกันชีวิตไม่มีผลผูกพันคู่สัญญา
ข. สัญญาประกันชีวิตมีผลผูกพันคู่สัญญา
ค. สัญญาประกันชีวิตไม่มีผลผูกพันคู่สัญญา นับตั้งแต่วันสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
ง. สัญญาประกันชีวิตไม่มีผลผูกพันคู่สัญญา เฉพาะก่อนสมรสกัน

3. ผู้ที่ใช้สิทธิขอเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ตราบใดที่ยังไม่ส่งมอบกรมธรรม์ให้ผู้รับประโยชน์และผู้รับประโยชน์ยังไมได้แสดง ความจำนงเป็นหนังสือไปยังบริษัทคือใคร

ก. ผู้รับประกันภัย
ข. ผู้เอาประกันภัย
ค. ผู้รับประโยชน์คนเดิม
ง. ผู้รับประโยชน์คนใหม่

4. นาย ก. ยื่นใบคำขอเอาประกันชีวิตลงวันที่ 1 มิถุนายน 2534 ต่อมา บริษัทกรมธรรม์ประกันชีวิตระบุวันเริ่มสัญญา 10 มิถุนายน 2534 ถ้า นาย ก. ได้รับอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2534 เวลา 23.30 น. และถึงแก่กรรมเมื่อเวลา 00.15 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน 2534 สัญญาประกันชีวิตมีผลคุ้มครองหรือไม่

ก. มีผลคุ้มครอง
ข. ไม่มีผลคุ้มครองมาตั้งแต่ต้น
ค. ไม่มีผลคุ้มครอง เพราะ นาย ก. ได้รับอุบัติเหตุเป็นเหตุให้ถึงแก่กรรมในวันที่ 9 มิถุนายน 2534
ง. มีผลคุ้มครอง เพราะนาย ก. ยื่นใบคำขอลงวันที่ 1 มิถุนายน 2534

5. เมื่อผู้อาประกันภัยและผู้รับประกันภัยตกลงทำสัญญาประกันภัยแล้ว ผู้รับประกันภัยจำต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือไม่

ก. ต้องส่งมอบกรมธรรม์ให้ ถ้าผู้เอาประกันภัยร้องขอ
ข. ต้องส่งมอบกรมธรรม์ให้ แม้ผู้เอาประกันภัยจะไม่ร้องขอ
ค. จะส่งมอบให้หรือไม่ ย่อมแล้วแต่ผู้รับประกันภัย
ง. จะส่งมอบให้หรือไม่ก็ได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้บังคับไว้

6. สัญญาประกันชีวิตจะตกเป็นโมฆียะในกรณีดังต่อไปนี้

ก. ผู้เอาประกันภัยแถลงข้อความเป็นเท็จ ซึ่งถ้าหากผู้รับประกันภัยทราบความจริง อาจบอกปัดไม่ยอมรับประกันชีวิต
ข. ผู้เอาประกันภัยแถลงข้อความเป็นเท็จ ซึ่งถ้าหากผู้รับประกันภัยทราบความจริงจะต้องเพิ่มเบี้ยประกันภัยขึ้นอีก
ค. ผู้เอาประกันภัยแถลงอายุคลาดเคลื่อนและอายุที่ถูกต้องแท้จริงอยู่นอกจำกัดอัตราตามทางการค้าปกติของผู้รับประกันภัย
ง. ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.

7. นาย ก. ทำสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง และได้ส่งเบี้ยประกันภัยมาแล้ว 4 ปี พอถึงปีที่ 5 นาย ก. ไม่ประสงค์จะส่งเบี้ยประกันภัย ดังนี้นาย ก. จะมีสิทธิ

ก. ได้รับเบี้ยประกันทั้งหมดคืนพร้อมดอกเบี้ย
ข. ได้รับเฉพาะเบี้ยประกันภัยทั้งหมดคืนโดยไม่มีดอกเบี้ย
ค. ได้รับเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยหรือรับกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จจากผู้รับประกันภัย
ง. ได้รับเบี้ยประกันภัยที่ชำระคืนไปแล้วครึ่งหนึ่งของจำนวนเบี้ยประกันภัยทั้งหมด

8. ถ้าผู้เอาประกันชีวิตถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา บริษัทจะจ่ายเงินอย่างไร

ก. จ่ายมูลค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ให้แก่ทายาท
ข. จ่ายจำนวนเงินเอาประกันชีวิตให้ผู้รับประโยชน์
ค. จ่ายตามจำนวนเอาประกันชีวิตให้แก่ทายาท
ง. จ่ายครึ่งหนึ่งของมูลค่าเวนคืนเงินสดที่มีอยู่ในกรมธรรม์ให้แก่ผู้รับประโยชน์

9. นายสา ได้ทำประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง จำนวนเงินเอาประกันภัย 500,000 บาท ส่งเบี้ยประกันภัยรายปี ปีละ 10,000 บาท โดยระบุให้นางสีภรรยาเป็นผู้รับประโยชน์ เมื่อส่งเบี้ยประกันภัยมาได้ 3 ปี เป็นเงิน 30,000 บาท นายสาจึงได้เสียชีวิตลง บริษัทได้จ่ายเงินให้นางสี 500,000 บาท เจ้าหนี้ของนายสาจะมาขอรับเงินชำระหนี้ให้แก่ตนได้เท่าใด

ก. ได้ทั้งหมดจำนวน 500,000 บาท
ข. ได้เฉพาะเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยส่งไปแล้ว 30,000 บาท เท่านั้น
ค. เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิบังคับชำระหนี้เอากับจำนวนเงินเอาประกันภัยได้เลย เพราะจำนวนเงินเอาประกันภัยเป็นของนางสีภรรยา ไม่ใช่ของนายสา ลูกหนี้
ง. ได้ไม่เกินครึ่งหนึ่ง คือ 250,000 บาท

10. นาย ก. ทำประกันชีวิตไว้กับ บริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ทุนประกัน 50,000 บาท ยกผลประโยชน์ให้ภรรยา ต่อมานาย ก. ถูกรถชนตาย และผู้ขับรถได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ภรรยานาย ก. แล้วเป็นเงิน 30,000 บาท ดังนั้นภรรยานาย ก. มีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทประกันชีวิตจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์หรือไม่เพียงใด

ก. ได้แต่ไม่เกิน 20,000 บาท
ข. ไม่มีสิทธิเรียกร้องจากบริษัทอีกเพราะได้รับการชดเชยจากผู้กระทำละเมิดแล้ว
ค. ได้เต็มจำนวนทุนประกัน คือ 50,000 บาท
ง. ได้ตามที่เสียหายจริง

สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ วรเดช ปัญจรงคะ ผู้บริหารหน่วยนำทอง667 บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด
มือถือ 06-5337199 โทรศัพท์ 02-6379999 ต่อ 2765 โทรสาร 02-6379999 ต่อ 2765 อีเมล์ voradaj@yahoo.com”

ธุรกิจ และ บริการ | ความรู้เกี่ยวกับการ ประกันภัย | ทางเลือก สายอาชีพ | เพื่อ ตัวแทน
สั่งซื้อ ออนไลน์ | กระดานกระทู้ | ติดต่อ กับ เรา | แผนผัง

 
วันที่ 1 ตุลาคม 2557         
สงวนลิขสิทธิ์โดย www.easyinsurance4u.com       ปรับปรุงล่าสุด: 10กรกฎาคม 2548

ค้นหา:
 ไปยัง: