<%@LANGUAGE="VBSCRIPT"%> :: Buddha 4 u :: ศาสนาของผู้รู้



sponser by


การใช้ความคิดถูกวิธี (โยนิโสมนสิการ )

การใช้ความคิดถูกวิธี คือ การทำในใจโดยแยบคาย มองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณาสืบค้นถึงต้นเค้า สาวหาเหตุผลจนตลอดสาย แยกแยะออกพิเคราะห์ดูด้วยปัญญาที่คิดเป็นระเบียบและโดยอุบายวิธี ให้เห็นสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆ ตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย ข้อนี้เป็น องค์ประกอบภายใน และเป็นฝ่ายปัญญา

“ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่ ย่อมมีแสงอรุณขึ้นมาก่อน เป็นบุพนิมิต ฉันใด ความถึงพร้อมด้วยโยนิโสมนสิการ ก็เป็นตัวนำ เป็นบุพนิมิต แห่งการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรค แก่ภิกษุ ฉันนั้น ”

“ เราไม่เล็งเห็นองค์ประกอบภายในอื่นแม้สักอย่างเดียว ที่มีประโยชน์มาก สำหรับภิกษุผู้เป็นเสขะเหมือนโยนิโสมนสิการ ภิกษุผู้มีโยนิโสมนสิการ ย่อมกำจัดอกุศลได้ และย่อมยังกุศลให้เกิดขึ้น ”

“ เราไม่เล็งเห็นธรรมอื่น แม้สักข้อหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้สัมมาทิฏฐิที่ยังไม่เกิด ก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็เจริญยิ่งขึ้น เหมือนโยนิโสมนสิการเลย ”

“ เราไม่เล็งเห็นธรรมอื่น แม้สักข้อหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้ความสงสัยที่ยังไม่เกิด ก็ไม่เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ถูกขจัดเสียได้ เหมือนโยนิโสมนสิการเลย ”

“ โยนิโสมนสิการ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ , เพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่อันตรธานแห่งสัทธรรม ” ฯลฯ

ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฎฐิ 2

ทางเกิดแห่งแนวความคิดที่ถูกต้อง , ต้นทางของปัญญาและความดีงามทั้งปวง

  1. เสียงจากผู้อื่น การกระตุ้นหรือชักจูงจากภายนอก คือ การรับฟังคำแนะนำสั่งสอน เล่าเรียน หาความรู้ สนทนาซักถาม ฟังคำบอกเล่าชักจูงของผู้อื่น โดยเฉพาะการสดับสัทธรรมจากท่านผู้เป็นกัลยาณมิตร (ปรโตโฆสะ)
  2. การใช้ความคิดถูกวิธี ความรู้จักคิด คิดเป็น คือ ทำในใจโดยแยบคายมองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณา รู้จักสืบสาวหาเหตุผล แยกแยะสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆออก ให้เห็นตามสภาวะและตามสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย (โยนิโสมนสิการ)

ข้อธรรม 2 อย่างนี้ ได้แก่ ธรรมหมวดที่ 1 และ 2 นั่นเอง แปลอย่างปัจจุบันว่า “ องค์ประกอบของการศึกษา ” หรือ “ บุพภาคของการศึกษา ” โดยเฉพาะข้อที่ 1 ในที่นี้ใช้คำกว้างๆแต่ธรรมที่ต้องการเน้น ก็คือ กัลยาณมิตตตา

ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ

ก็มี 2 อย่าง คือ ปรโตโฆสะ และ อโยนิโสมนสิการ ซึ่งตรงข้ามกับที่กล่าวมานี้

คุณธรรมที่ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม ( วุฒิ หรือวุฑฒิธรรม 4 )

  1. เสวนาสัตบุรุษ , คบหาท่านผู้ทรงธรรมทรงปัญญาเป็นกัลยาณมิตร (สัปปุริสสังเสวะ)
  2. สดับสัทธรรม , ใส่ใจเล่าเรียนฟังอ่านหาความรู้ให้ได้ธรรมที่แท้ ( สัทธัมมัสสวนะ)
  3. ทำใจโดยแยบคาย , รู้จักคิดพิจารณาหาเหตุผลโดยถูกวิธี ( โยนิโสมนสิการ)
  4. ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม , ปฎิบัติธรรมถูกหลัก ให้ธรรมย่อมคล้อยแก่ธรรมใหญ่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของธรรมทั้งหลายที่สัมพันธ์กัน , ดำเนินชีวิตถูกต้องตามธรรม ( ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ )

ธรรมหมวดนี้ ในบาลีที่มา เรียกว่า ธรรมที่เป็นไปเพื่อปัญญาวุฒิ (ปัญญาวุฒิธรรม) คือ เพื่อความเจริญงอกงามแห่งปัญญา อย่างไรก็ดี ในการเล่าเรียนธรรมในประเทศไทยที่สืบกันมา ได้รู้จักธรรมหมวดนี้ในชื่อสั้นๆว่า วุฒิ 4 และอธิบายความหมายโดยมุ่งให้คนทั่วไปเข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างๆ จึงจะแสดงความหมายแบบง่ายๆ ไว้ด้วยดังนี้

  1. คบหาสัตบุรุษ , เสวนาท่านผู้รู้ผู้ทรงคุณความดี มีความประพฤติชอบด้วย กาย วาจา ใจ (สัปปุริสสังเสวะ)
  2. ฟังสัทธรรม , ตั้งใจฟังคำสั่งสอนของท่าน เอาใจใส่เล่าเรียน ( สัทธัมมัสสวนะ)
  3. ทำในใจโดยแยบคาย , รู้จักคิดพิจารณาให้เห็นเหตุผลคุณโทษในสิ่งที่ได้เล่าเรียนสดับฟังนั้น จับสาระที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ ( โยนิโสมนสิการ)
  4. ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม , นำสิ่งที่ได้เล่าเรียนและตริตรองเห็นแล้วไปใช้ปฎิบัติให้ถูกต้องตามหลัก สอดคล้องกับความมุ่งหมายของหลักการนั้นๆ ( ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ )

คุณสมบัติที่ทำให้เป็นพระโสดาบัน (โสตาปัตติยังคะ 4 องค์คุณเครื่องบรรลุโสดา)

องค์ประกอบของการบรรลุโสดา ,

  1. เสวนาสัตบุรุษ , คบหาท่านผู้ทรงธรรมทรงปัญญาเป็นกัลยาณมิตร (สัปปุริสสังเสวะ)
  2. สดับสัทธรรม , ใส่ใจเล่าเรียนฟังอ่านหาความรู้ให้ได้ธรรมที่แท้ ( สัทธัมมัสสวนะ)
  3. ทำใจโดยแยบคาย , รู้จักคิดพิจารณาหาเหตุผลโดยถูกวิธี ( โยนิโสมนสิการ)
  4. ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม , ปฎิบัติธรรมถูกหลัก ให้ธรรมย่อมคล้อยแก่ธรรมใหญ่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของธรรมทั้งหลายที่สัมพันธ์กัน , ปฏิบัติธรรมนั้นๆ ให้สอดคล้องพอดีตามขอบเขตความหมายและวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับธรรมข้ออื่นๆกลมกลืนกันในหลักใหญ่ที่เป็นระบบทั้งหมด , ดำเนินชีวิตถูกต้องตามธรรม ( ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ )

โสตาปัตติยังคะ 4 หมวดนี้ ตรงกับหลักที่รียกว่า ปัญญาวุฒิธรรม 4 หรือ วุฒิธรรม 4

ธรรม 4 ประการนี้ มิใช่เพียงเป็นโสตาปัตติยังคะ ที่จะให้บรรลุโสดาปัตติผล คือ เป็นพระโสดาบันเท่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรม 4 ประการนี้ เมื่อเจริญ ปฏิบัติ ทำให้มาก ย่อมเป็นไปเพื่อการบรรลุอริยผลได้ทุกขั้นจนถึงอรหัตตผล

 
<<ก่อนหน้านี้
หน้าถัดไป>>
ที่มา : พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ผู้แต่ง พระธรรมปิฎก สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2546 หน้า 58, 69, 138, 193

โปรดใช้หลักอย่าเชื่อ 10 ประการ (กาลามสูตร) ในการพิจารณา ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาได้จากที่มาที่อ้างอิงครับ

ผู้จัดทำขออนุโมทนาบุญให้ผู้ที่สนใจศึกษาธรรม และขออภัยหากมีความผิดพลาดหรือบกพร่องประการ ได้โปรดชี้แนะ ติดต่อ วรเดช ปัญจรงคะ มือถือ 06-5337199 โทรศัพท์ 02-6379999 ต่อ 2765 โทรสาร 02-6379999 ต่อ 2765 อีเมล์ voradaj@yahoo.com”
แก่นพุทธศาสนา | ประโยชน์พุทธศาสนา | พุทธศึกษา | เผยแพร่พุทธศาสนา
สื่อธรรมะ| กระดานกระทู้ | ติดต่อกับเรา | แผนผัง

 
        เผยแพร่เป็นธรรมทานโดย
www.buddha4u.org       ปรับปรุงล่าสุด: 16 เมษายน 2549 Contact Email : voradaj@easyinsurance4u.com

ค้นหา:
 ไปยัง: