<%@LANGUAGE="VBSCRIPT"%> :: Buddha 4 u :: ศาสนาของผู้รู้


1. พุทธศาสนาแปลว่าอะไร

2. ความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจจ์ 4)

3. มรรคมีองค์ 8 หรือ ทางสายกลาง
4. ความไม่มีตัวตน (อนัตตา)
5. การพัฒนาจิต (ภาวนา)
6. หลักธรรม
ความเป็นชาวพุทธ


sponser by



หลักธรรมความเป็นชาวพุทธ

ถ้าหากปรารถนาจะเป็นชาวพุทธ ก็ไม่ต้องเข้าพิธีถือศีลจุ่ม ( Baptism ) แต่สำหรับในกรณีที่จะบวชเป็นพระภิกษุ คือ เป็นสมาชิกของคณะสงฆ์นั้น ผู้บวชจะต้องผ่านกระบวนการฝึกหัดศึกษาทางด้านวินัยอยู่นาน ถ้าผู้ใดเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า คำสอนของพระองค์เป็นหนทางที่ถูกต้องแล้ว พยายามปฏิบัติตามคำสอนนั้น เพียงเท่านี้ ผู้นั้นก็เป็นชาวพุทธได้แล้ว แต่ตามประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาไม่ขาดสายในประเทศที่นับถือพุทธศาสนา บุคคลจะถือว่าเป็นชาวพุทธได้ก็ต่อเมื่อได้เข้าถึง พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ พระรัตนตรัย ” ว่าเป็นที่พึ่งแล้วสมาทานศีล 5 (ปัญจศีล) อันเป็นข้อพึงงดเว้นทางศีลธรรม ขั้นตอนของคฤหัสถ์ชาวพุทธ คือ

  1. เว้นจากการฆ่าสัตว์
  2. เว้นจากการลักทรัพย์
  3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
  4. เว้นจากการพูดเท็จ
  5. เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมา

โดยกล่าวคำสมาทานศีลเหล่านี้ตามที่มีอยู่ในคัมภีร์โบราณในพิธีทางศาสนาในโอกาสต่าง ๆ ชาวพุทธจะมาประชุมกัน แล้วกล่าวคำสมาทานศีล 5 นี้ ตามพระภิกษุ

ไม่มีพิธีกรรมภายนอกใด ๆ ที่ชาวพุทธจะต้องกระทำ พุทธศาสนาเป็นวิถีชีวิต สิ่งสำคัญก็คือ ต้องปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จริงอยู่ในประเทศที่นับถือพุทธศาสนาทุกประเทศ มีพิธีกรรมง่าย ๆ สวยงามในวันสำคัญทางศาสนา มีหิ้งพระพุทธรูป มีสถูป หรือพระธาตุ และต้นโพธิ์ในวัดต่าง ๆ ที่ซึ่งชาวพุทธไปทำการสักการบูชา ถวายสักการะด้วยดอกไม้ ตามประทีปและจุดธูป แต่ข้อนี้ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบกับผู้สวดมนต์อ้อนวอนในศาสนาประเภทเทวนิยม มันเป็นเพียงพิธีถวายความเคารพด้วยความรำลึกถึงพระบรมศาสดาผู้ทรงชี้แนะแนวทางให้เท่านั้น การปฏิบัติตามประเพณีเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ใช่แก่นสารของศาสนา แต่ก็มีคุณค่าในทางสนองอารมณ์และความต้องการทางด้านศาสนาของผู้ที่มีความก้าวหน้าทางด้านสติปัญญาและด้านจิตใจน้อย และทั้งเป็นการช่วยให้เขาดำเนินไปตามอริยมรรคไปทีละน้อย ๆ

พวกที่คิดว่า พระพุทธศาสนาสนใจเฉพาะอุดมการณ์ที่ลุ่มลึก เน้นความคิดทางศีลธรรมและทางปรัชญาที่สูงส่งเท่านั้น ไม่สนใจในสวัสดิภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของประชาชน เป็นพวกที่คิดผิดพระพุทธองค์ทรงสนพระทัยในความสุขของมนุษย์ สำหรับพระองค์แล้ว ความสุขจะมีไม่ได้หากไม่ดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์ อันมีหลักศีลธรรมและจิตใจเป็นพื้นฐาน แต่พระองค์ทรงทราบว่า การดำเนินชีวิตเช่นนั้นเป็นเรื่องกระทำได้ยาก เมื่อสภาวะทางด้านวัตถุและสังคมไม่เอื้ออำนวย

พระพุทธศาสนา ไม่ได้ถือว่าความสะดวกสบายทางด้านวัตถุเป็นเป้าหมายในตัวของมันเอง มันเป็นแต่เพียงมรรคาที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่สูงส่งและประเสริฐกว่า แต่ก็เป็นมรรคาที่จำเป็นคือจำเป็นในแง่ที่จะทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่สูงส่งยิ่งกว่าเพื่อความสุขของมนุษย์ ดังนั้น พระพุทธศาสนาจึงยอมรับถึงความจำเป็นของปัจจัยทางด้านวัตถุขั้นมูลฐานในระดับหนึ่งว่า จะเอื้ออำนวยต่อความสำเร็จทางด้านจิตใจ แม้กระทั่งต่อความสำเร็จของพระภิกษุผู้ปฏิบัติกรรมฐานในสถานวิเวกบางแห่ง

พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงแยกชีวิตออกจากแวดวงของภูมิหลังด้านสังคมและเศรษฐกิจ ทรงพิจารณาสิ่งแวดล้อมของชีวิตทุกอย่างทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง คำสอนของพระองค์ที่เกี่ยวกับปัญหาทางด้านจริยธรรม ทางด้านจิต และทางด้านปรัชญาล้วนเป็นที่รู้จักกันดีทั่วไปแต่ที่รู้จักกันน้อยโดยเฉพาะในประเทศตะวันตก คือ คำสอนที่เกี่ยวกับด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อย่างไรก็ดีมีพระสูตรหลายแห่งที่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ กระจายอยู่ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาดั้งเดิม ดังที่จะยกมาเป็นตัวอย่างสัก 2-3 พระสูตร

จักกวัตติสีหนาทสูตร ในทีฆนิกาย (สูตรที่ 26) กล่าวไว้อย่างแจ้งชัดว่า ความยากจน (ทาลิททิย) เป็นสาเหตุของการไร้ศีลธรรมและอาชญากรรม เช่น โจรกรรม การพูดปด การเบียดเบียน ความโกรธ ความโหดร้าย ฯลฯ บรรดาพระราชาในสมัยโบราณก็เช่นเดียวกับรัฐบาลทั้งหลายในยุคปัจจุบัน ต่างพยายามปราบปรามอาชญากรรมด้วยการลงโทษในกูฏทันตสูตรในนิกายเดียวกันนี้ได้อธิบายให้เห็นถึงการไร้ผลของการปราบปรามอาชญากรรมด้วยวิธีการลงโทษนี้ พระสูตรนี้บอกว่า วิธีนี้ไม่มีทางสัมฤทธิ์ผลได้ แต่พระองค์ได้ทรงแนะนำว่า การที่จะกำจัดอาชญากรรมได้นั้น จะต้องมีการปรับปรุงสภาพทางเศรษฐกิจของประชาชน พืชพันธุ์และเครื่องอำนวยความสะดวกอื่น ๆ รัฐบาลจะต้องจัดหาให้แก่ชาวไร่ชาวนาเงินทุนจะต้องจัดหาให้แก่บรรดาพ่อค้า และผู้ประกอบการธุรกิจค่าจ้างแรงงานต้องดำเนินการจัดหาให้แก่บรรดาลูกจ้างอย่างพร้อมเพรียง เมื่อประชาชนได้รับความช่วยเหลือให้ได้มีโอกาสหารายได้อย่างพอเพียงเช่นนั้น พวกเขาก็จะพากันพึงพอใจ ไม่มีความกลัวหรือความกระวนกระวายใจและผลที่ตามมาก็คือ ประเทศชาติก็จะมีแต่ความสงบสุข ปราศจากอาชญากรรม

ด้วยเหตุนี้เอง พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงตรัสบอกแก่คฤหัสถ์ทั้งหลายถึงความสำคัญของการปรับปรุงสภาวะทางเศรษฐกิจของตนแต่ทั้งนี้ไม่ได้ หมายความว่า พระองค์ทรงเห็นด้วยกับการการสะสมทรัพย์สมบัติไว้ด้วยความอยากและความติดยึด ซึ่งขัดกับหลักคำสอนขั้นพื้นฐานของพระองค์ ทั้งพระองค์ก็ไม่ทรงเห็นด้วยกับวิธีการเลี้ยงชีพของบุคคลในบางอาชีพ มีการประกอบการค้าบางอย่าง เช่น การผลิตและค้าอาวุธ พระองค์ทรงประณามว่าเป็นการดำเนินชีวิตในทางที่ผิด ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

<<ก่อนหน้านี้
หน้าถัดไป>>

ที่มา : พระพุทธเจ้าสอนอะไร แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย โดย ร.ศ.ชูศักดิ์ ทิพย์เกษร และคณะ โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2547

โปรดใช้หลักอย่าเชื่อ 10 ประการ (กาลามสูตร) ในการพิจารณา ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาได้จากที่มาที่อ้างอิงครับ

 

ผู้จัดทำขออนุโมทนาบุญให้ผู้ที่สนใจศึกษาธรรม และขออภัยหากมีความผิดพลาดหรือบกพร่องประการ ได้โปรดชี้แนะ ติดต่อ วรเดช ปัญจรงคะ มือถือ 06-5337199 โทรศัพท์ 02-6379999 ต่อ 2765 โทรสาร 02-6379999 ต่อ 2765 อีเมล์ voradaj@yahoo.com”

แก่นพุทธศาสนา | ประโยชน์พุทธศาสนา | พุทธศึกษา | เผยแพร่พุทธศาสนา
สื่อธรรมะ| กระดานกระทู้ | ติดต่อกับเรา | แผนผัง

 
        เผยแพร่เป็นธรรมทานโดย
www.buddha4u.org       ปรับปรุงล่าสุด: 16 เมษายน 2549 Contact Email : voradaj@easyinsurance4u.com

ค้นหา:
 ไปยัง: